อารมรณ์ประมาณว่า นาฬิกาปลุกตี 5 ลืมตาขึ้นมาก็อยากจะนอนต่อ ฝืนใจลุกไปอาบน้ำแต่งตัว วางรองเท้า แล้วสมองส่งเสียงว่า “ไปนอนต่อเถอะ” หรือ ระหว่างวิ่งที่ กม.ที่ 7 ขาเริ่มหนักเหมือนมีลูกตุ้มถ่วง ปอดเหนื่อย และเสียงในหัวบ่น “แค่นี้ก่อนมั้ย”

อาการอยากเลิกกลางคันทรงนี้ไม่ได้บอกว่า เรานั้นอ่อนแอ แต่มันแปลว่า “ใจเราสู้กับความขี้เกียจ” และสิ่งที่เราจะทำต่อคือ "การฝืน" งั้นวันนี้เรามาลองวิธีหลอกสมองไว้ประคับประคองใจดูกันนะ
1. ลองลดเพดานความคาดหวังให้เหี้ยมที่สุด "โกงความขี้เกียจของสมอง"
วันไหนไม่อยากวิ่ง อย่าบอกตัวเองว่า "ต้องวิ่ง 10 กิโลให้จบซับ" เพราะแค่คิดใจก็ฝ่อแล้ว ให้เปลี่ยนเป็น "แค่ออกไปใส่รองเท้า เดินวนหน้าปากซอย 5 นาทีพอ"
ความจริงคือ 90% ของความยาก คือการก้าวขาออกจากประตูบ้าน พอได้วิ่งสักนิด เดี๋ยวร่างกายมันรันต่อเอง
ถ้าวิ่งไปแล้ว 5 นาทีอยากกลับจริง ๆ ก็กลับ ถือว่าชนะแล้วที่ได้ออกไป เลิกบังคับตัวเอง ให้เป็นไปตามเป้าหมายในทุกวัน
2. ลองคิดว่า "อีก 100 เมตรพอ"
เวลาเหนื่อยจนใจแทบขาด ห้ามคิดถึงเส้นชัยเด็ดขาด เพราะกิโลท้าย ๆ มันจะยาวนานเสมอ
ลองต่อรองกับตัวเองทีละนิดว่า วิ่งไปถึงเสาไฟฟ้าต้นนั้นก่อน ค่อยคิดต่อ
พอถึงเสาไฟฟ้าต้นนั้น ก็ต่อรองใหม่ งั้นเอาถึงถังขยะสีเขียวข้างหน้า
ย่อยเป้าหมายให้มันเล็กไว้ก่อน จนสมองขี้เกียจจะหาข้ออ้างมาเถียง
3. ลองแยกแยะให้ออกว่า "ใจเราล้า" หรือ "หรือกายพัง"
สมองเรารักสบาย มันจะรีบส่งสัญญาณหลอกว่า "จะไม่ไหวแล้วนะ ปอดจะแตก กล้ามเนื้อจะฉีกแล้ว" ทันทีที่เราเริ่มเหนื่อย
ถ้าแค่หอบแฮ่ก ๆ หัวใจเต้นรัวแบบปกติ แปลว่าเครื่องยนต์ยังทำงาน แค่รอบจัดไป ผ่อนความเร็วลงครึ่งหนึ่ง ลงมาจ๊อกเบาดู แต่ห้ามหยุดเดินทันที ให้ขาได้ไหลต่อ แต่ถ้าเจ็บจี๊ดที่ข้อต่อหรือเอ็น อันนั้นค่อยหยุดจริง ๆ
4. ลอง "วิ่งแบบห่วยแตก" บ้างก็ได้
อย่าไปตั้งเป้าวิ่งว่าวันนี้เพซต้องดีเลิศ เพซต้องนิ่ง สวยงามเสนอเหมือนทุกวัน ในวันที่สภาพร่างกายและจิตใจมันไม่ให้ ก็ลองปล่อย ๆ มันไปดู
เพซหลุดเหรอ... ช่างมัน
เดินสลับวิ่ง... ก็สนุกดีนะ
การได้ออกไปวิ่ง แม้มันจะแย่ สภาพเยิน ๆ แต่ยังดีกว่าการนอนดูสตอรี่คนอื่นแล้วมานั่งหงุดหงิดตัวเองบนโซฟา ทำไมวันนี้ไม่ออกวิ่งนะ
ความรู้สึกอยากเลิก ไม่ได้แปลว่าเราวิ่งไม่ไหว แต่มันแปลว่าเรากำลังต่อสู้กับความสบายของตัวเอง และทุกครั้งที่ได้ชนะเสียงนั้น แม้จะด้วยการวิ่งเหยาะ ๆ เหมือนคนหมดแรง หัวใจและร่างกายมันจดจำความอึดนั้นไว้หมดแล้ว
แล้วเราจะรู้สึก "ขอบคุณตัวเองในวันนี้"
ในวันที่ โคตรอยากเลิก แต่ดันไม่ยอมเลิก เก่งว่ะ