กว่าจะรู้ก็สายเสียแล้ว จากความเกลียด "สู่วันที่เลิกวิ่งไม่ได้"

กว่าจะรู้ก็สายเสียแล้ว
จากความเกลียด
สู่วันที่เลิกวิ่งไม่ได้

ถ้ามีใครมาบอกเราว่า "ออกมาวิ่งระวังจะติดนะ" เราคงหัวเราะแห้งๆ แล้วมองบนใส่แน่ๆ ก่อนเป็นแน่ เพราะเคยสัมผัสการวิ่งแล้วคือแบบว่า "ไม่ชอบเอาเสียเลย"
มันไม่ใช่แค่ไม่ชอบธรรมดานะ แต่มันคือศูนย์รวมของความทรมานเลยอ่ะ

เสียงในหัวของนักวิ่งมือใหม่ในวันแรก มักจะคิดถึงความชิล ลมพัดเย็นๆ วิ่งสวยๆ แบบในโฆษณา แต่ความเป็นจริงที่เจอกลับกันเลยเน้อ

เหนื่อย แบบหายใจกี่ทีก็ไม่เต็มอิ่ม หัวใจเต้นตึกตักดั่งจะทะลุอก
น่าเบื่อ ก้าวซ้ายเบื่อ ก้าวขวาเบื่อ บรรยากาศรอบข้างเป็นอย่างไร ไม่รู้สุขแล้ว มองไปข้างหน้าก็มีแต่ทางยาวเหยียดที่ไร้จุดหมาย
ท้อ วิ่งไปได้ไม่เท่าไร ตาก็คอยจ้องนาฬิกาว่าเมื่อไหร่จะครบระยะสักที
เจ็บและล้า ตื่นเช้ามาอีกวัน ขาตึง ลงบันไดมีร้องโอ๊ย สารพัดความทุกข์มากองให้เห็นแล้ว

ช่วงนั้นคำถามที่วนเวียนในหัวตลอดเวลาคือ "ฉันมาทำอะไรที่นี่" และ "มันทรมานจะตาย สนุกตรงไหน"
แล้ววันเวลาผ่านไป ความอดทนเล็กๆ น้อยๆ ในวันนั้นก็ค่อยๆ ทำหน้าที่ของมัน

จากที่เคยวิ่งได้แค่ไม่กี่ร้อยเมตรก็ต้องเดินสลับ เริ่มกลายเป็นวิ่งได้ต่อเนื่อง จากความเจ็บความล้าในวันแรกๆ ร่างกายเริ่มปรับตัวและแข็งแรงขึ้น ความเหนื่อยหอบเริ่มเปลี่ยนเป็นจังหวะการหายใจที่มั่นคง และในความน่าเบื่อนั้น สมองกลับเริ่มพบความสงบอย่างประหลาด

เป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เราได้อยู่กับตัวเอง ได้ยินเสียงหัวใจ ได้ฟังเสียงลมหายใจของตัวเอง โดยไม่มีเรื่องงานหรือความวุ่นวายภายนอกมารบกวน
จนกระทั่งวันหนึ่ง

วันที่ฝนตกแล้วออกไปวิ่งไม่ได้ แล้วรู้สึกหงุดหงิด
วันที่ตื่นเช้ามาแล้วไม่ได้รองเท้าคู่ใจไปแตะพื้น ถนน แล้วรู้สึกเหมือนขาดอะไรบางอย่างไปในชีวิต
วันที่ความสุขหลังวิ่งเสร็จ มันหอมหวานกลบความเหนื่อย ตอนเริ่มต้นไปจนหมด

มารู้ตัวอีกที ก็สายเสียแล้ว

คำว่า "สายเสียแล้ว" ในที่นี้ ไม่ใช่เพราะบาดเจ็บหรือทำอะไรผิดพลาด แต่เป็นเพราะ "หลงรักการวิ่งเข้าเต็มๆ จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว"
จากคนเคยเกลียดเสียงนาฬิกาปลุกยามเช้า ตี 4 ตี 5 กลายเป็นคนที่ตื่นก่อนนาฬิกาปลุกเพื่อมารอแสงแรกของวัน บนรองเท้าวิ่งคู่โปรด จากคนที่มองว่า 5 กิโลเมตรคือระยะทางที่ไกลแสนไกล กลับกลายเป็นระยะทางกระชับมิตรที่วิ่งเสร็จแล้วยังมีรอยยิ้ม วิ่งไปคุยไปสบายๆ

สำหรับมือใหม่ หากเพิ่งเริ่มวิ่ง แล้วกำลังรู้สึกเหนื่อย ท้อ เจ็บ หรือตั้งคำถามว่าตัวเองมาทำอะไรตรงนี้ อยากให้อดทนและให้เวลากับมันอีกสักนิดเน้อบางที เพื่อนๆ อาจจะกำลังเดินทางเข้าใกล้จุดที่ "สายเสียแล้ว" จุดที่จะหลงรักการวิ่งจนเลิกไม่ได้เหมือนกัน
แชร์บทความนี้ให้เพื่อน
คัดลอกลิงก์แล้ว!