อ่านจบแล้วถึงกับต้องหันไปมองแฟน นี่เราคบกับคนหรือ "ตารางซ้อม" กันแน่เนี่ย 55 ใครเคยโดนแฟนลากไปวิ่งตอน 6 โมงเช้า หรือต้องยืนถือขวดน้ำรอที่เส้นชัยแท็กแฟนมาอ่านได้เลย

1. นิยามคำว่า “วันว่าง” ใหม่ได้เลย
คือการตื่นมาวิ่ง 10 โล 20 โล ตอน 6 โมงเช้า ในขณะที่คุณกำลังกด Snooze นาฬิกาปลุกรอบที่ 3 เขาออกไปเก็บระยะแบบชิลอยู่ กลับมาพร้อมกลิ่นเหงื่อโชยๆ และความฟินขั้นสุด แล้วกลับบ้านมาชวน "ทำไมไม่ไปวิ่งด้วยกันล่ะ"
คือการตื่นมาวิ่ง 10 โล 20 โล ตอน 6 โมงเช้า ในขณะที่คุณกำลังกด Snooze นาฬิกาปลุกรอบที่ 3 เขาออกไปเก็บระยะแบบชิลอยู่ กลับมาพร้อมกลิ่นเหงื่อโชยๆ และความฟินขั้นสุด แล้วกลับบ้านมาชวน "ทำไมไม่ไปวิ่งด้วยกันล่ะ"
2. เรื่องอึ เรื่องฉี่ คือเรื่องปกติบนโต๊ะอาหาร
ในโลกของนักวิ่ง เรื่องระบบขับถ่าย ปัญหาท้องไส้ระหว่างลงสนาม หรือ "วีรกรรมในพุ่มไม้" จะกลายเป็นหัวข้อสนทนาปกติระหว่าง เตือนแล้วนะ
3. กินดุเหมือนอดอยากมาจากไหน
คบกับนักวิ่งหมายความว่าคุณต้องแชร์มื้ออาหาร ขนม และน่าจะเกือบครึ่งตู้เย็น เขาจะกินเหมือนเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต
4. เท้าเขาน่ะเหรอ? อย่าถามถึง
เล็บขบ เล็บม่วง หนังด้านที่แข็งกว่าเกราะกันกระสุน คุณต้องหัดรักมันให้ได้ หรืออย่างน้อยก็หัดทำเป็นมองไม่เห็นตอนนั่งดูทีวีบนโซฟา สภาพเท้าคือ "ใช้งานได้ดี แต่สภาพน่ากลัวเกินบรรยาย"
5. เสาร์-อาทิตย์ของคุณ คือ "วันแข่ง" ของเขา
อย่าคิดวางแผนไปเที่ยวถ้าไม่เช็กตารางแข่งก่อน ตั้งแต่ 5 โลยันอัลตร้าฯ วันหยุดของเขาคือการออกไปวิ่งให้เหงื่อท่วม
6. อารมณ์เขาขึ้นอยู่กับ "ผลซ้อม" ล่าสุด
วิ่งแย่.. อารมณ์อาจมีบูดทั้งวัน ซ้อมไม่เข้าเป้า..โลกอาจแตก วิ่งดี.. กลายเป็นคนมองโลกในแง่ดีสุดๆ คุณจะเรียนรู้ที่จะเช็กอารมณ์แฟนผ่าน Strava ก่อนจะเอ่ยคำว่า "อรุณสวัสดิ์" ด้วยซ้ำ
7. เดี๋ยวก็โดนลากไปวิ่ง "หนุกๆ" แล้วจบที่สมัครมินิ หรือฮาล์ฟมาราธอนสักงาน มันเริ่มจากคำว่า "ไปเดินเล่นกัน" "จ็อกกิ้งเบาๆก็ได้นะ"
8. ทริปพักผ่อน = ทริปไปแข่ง
ทริปสวีทหวานในต่างแดน..นี่ลืมไปได้เลย มันคือทริปไปลงฮาล์ฟมาราธอน และ โรงแรมที่จองไว้ใกล้งานไม่ใช่เพราะวิวสวยแต่อย่างใด
9. เลื่อนเดท ดินเนอร์.. "เพราะอยู่ในช่วงซ้อม"
ในหัวคุณนึกว่าคืนนี้จะเป็นคืนพิเศษ แต่เขากลับคิดว่า "อีก 48 ชั่วโมงจะแข่งแล้ว ต้องคุมอาหารและพักผ่อน"
10. ซื่อสัตย์... ให้กับตารางซ้อม
ไม่มีอะไรมาขวางกั้นเขากับตารางซ้อมได้ ไม่ว่าฝนตก งานครอบครัว หรือแม้แต่คุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ตัวคุณนี่แหละ" ที่ห้ามขัดขวาง
11. กองผ้าซักเขาส่งกลิ่น "ดุดัน"
เสื้อผ้าวิ่งซักยังไงก็ดูเหมือนไม่ค่อยจะสะอาด กลิ่นมันฝังลึก และที่สำคัญคือ... มันเยอะมาก
12. คุณคือช่างภาพประจำสนาม
ได้อาชีพใหม่ คือการยืนรอที่จุด Finisher มือหนึ่งถือมือถือ อีกมือถือเกลือแร่ ตะโกนสุดเสียงว่า "สู้ๆ" แล้วต้องคอยลุ้นว่าถ่ายมุมไหนให้เขาดู "สตรอง"
13. รองเท้าเยอะกว่าคุณ และเขามีเหตุผลรองรับทุกคู่ (หึหึ)
อย่าได้เอ่ยปากถามว่า "มีแล้วทำไมซื้ออีก?" เพราะเขามีทั้งรองเท้าซ้อมรองเท้าแข่ง รองเท้าเทรล รองเท้าทำความเร็ว รองเท้าหน้าหนาว และคู่เก่าที่เลิกใส่แล้วแต่ "ทิ้งไม่ลงเพราะมีความหลัง" ลาก่อย..พื้นที่ในตู้รองเท้า
14. เหรียญรางวัลติดผนัง... ที่ขัดกับสไตล์แต่งบ้านของคุณ
ห้องนั่งเล่นมินิมอลของคุณ ตอนนี้กลายเป็น "ศาลเจ้าเหรียญรางวัล" ที่มีทั้งรูปเข้าเส้นชัย เบอร์วิ่ง และที่แขวนเหรียญที่เขียนว่า "ความเจ็บปวดเป็นแค่ชั่วคราว แต่ความภูมิใจอยู่ตลอดไป" ห้ามค้าน ห้ามย้าย! 55
15. ใส่รองเท้าวิ่งแม่งทุกโอกาส
ไปงานแต่ง? รองเท้าวิ่ง เดินห้าง? รองเท้าวิ่งสีนีออนแสบตา ไปทำงานก็รองเท้าวิ่ง การจะให้เขาใส่รองเท้าแฟชั่นธรรมดา มันยากกว่าการบอกให้เขาพักตอนบาดเจ็บเสียอีก
16."ความฟินหลังวิ่ง" อาจจะดีกว่าเรื่องอย่างว่า
ดูจากอาการที่เขาเล่าถึงความฟินหลังวิ่งนะ ถ้าคุณไม่ได้ออกไปวิ่งด้วย คุณไม่มีวันเข้าใจหรอก
17. "ตื่นเช้าวันหยุด" ไม่ได้แปลว่าได้นอนกอดกัน
วันเสาร์-อาทิตย์ที่คุณวางแผนจะนอนตื่นสายชิลๆ แต่พอลืมตามาข้างๆ กลับพบแค่ "ที่ว่างที่ยังอุ่นอยู่" พร้อมกับโน้ตแปะไว้ว่า "ไปวิ่งยาวนะ เดี๋ยวซื้อโจ๊กมาฝาก" ตื่นมาเจอโจ๊กตอน 9 โมงเช้า กับเจอแฟนที่เปียกโชกไปด้วยเหงื่อ
18. วางแผนชีวิตผ่าน "ตารางซ้อม" ไม่ใช่ "ปฏิทินวันสำคัญ"
วันครบรอบเหรอ? เดี๋ยวดูตารางซ้อมก่อน ถ้าตรงกับวัน Long Run อาจจะต้องเลื่อนฉลองไปเป็นวันถัดไป หรือไม่ก็ต้องชวนคุณไปวิ่งด้วยกันแทนการไปดินเนอร์ใต้แสงเทียน เพราะ "พรุ่งนี้มีตารางต้องลงคอร์ด"
19. ภาษาที่ใช้คุยกันเริ่มเป็นรหัสลับ
บทสนทนาของคุณจะเต็มไปด้วยคำศัพท์แปลกๆ อย่างเช่น เพซ, ฟอร์มวิ่ง, VO2max, เบิร์น, คาร์บโหลด ฟังแล้วคุณนอกอาจจะคิดว่ากำลังวางแผนปล้นธนาคาร ทั้งที่จริงๆ แค่คุยกันว่าจะไปวิ่งงานไหนต่อดี
20. สภาพรถยนต์ที่ดูเหมือน "ห้องเก็บของหลังจบงานวิ่ง"
เปิดท้ายรถแฟนนักวิ่งทีไร คุณจะไม่ได้เจอแค่ยางอะไหล่ แต่จะเจอรองเท้าวิ่ง 3 คู่ที่เปื้อนโคลน, ถุงเท้าที่ใช้แล้ว, เจลให้พลังงานที่ละลายเยิ้มอยู่ข้างเบาะ และเหรียญรางวัลที่วางระเกะระกะจนแทบจะกลิ้งไปมาทุกครั้งที่เบรก
แต่ก็นั่นแหละ...
ถ้ามองข้ามความเพี้ยนและความคลั่งไคล้พวกนี้ไป นักวิ่งคือคนที่มีความซื่อสัตย์ มีแพสชัน และอดทนที่สุดเท่าที่คุณจะเจอมา มีหลักคิดที่เป็นขั้นเป็นตอน มีแผน พวกเขารู้วิธีการทุ่มเทให้เป้าหมาย พวกเขาไม่ยอมแพ้แม้จะเจอทางที่ยากลำบาก และเมื่อไหร่ที่เขารักคุณ เขาก็จะรักคุณด้วยความมุ่งมั่นแบบเดียวกับที่เขามีให้กับการวิ่งนั่นแหละ
สรุปคือ... การคบกับนักวิ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มันคือการ "ซ้อมระยะไกล" ที่คุ้มค่าที่สุดในชีวิตเลยล่ะ
ใครโดนข้อไหนบ้างพิมพ์บอกหน่อยนะ