ผลการวิ่งในอดีต การันตีอะไรไม่ได้ในอนาคต

นักวิ่งอย่างเรา น่าจะได้สัมผัส ถึงประสบการณ์ความจริงแบบนี้มาบ้างแล้ว “สนามจริงไม่มีทางโกหกใคร และการวิ่งไม่มีคำว่าฟลุ๊ค” ซ้อมมาอย่างไร ก็ได้อย่างนั้น เป๊ะเสียยิ่งกว่าสูตรคณิตศาสตร์
🏃 ถ้าเราซ้อมแต่วิ่งสั้น 5 กิโลเมตร เราก็จะวิ่งระยะนี้ได้ดี สปีดจัดจ้าน แต่พอวันไหนนึกสนุกอยากกระโดดไปลงสนามฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร หรือฟูลมาราธอน 42 กิโลเมตรขึ้นมา ขาอาจจะพาไปถึงเส้นชัยได้ด้วยแรงใจ แต่รับรองว่าสภาพตอนท้ายคงไม่ต่างจากคนใกล้หมดลม ความเร็วที่เคยมีจะหายเกลี้ยงเพราะร่างกายไม่ชิน
🏃 ถ้าอยากวิ่งเร็ว เราก็ต้องยอมเหนื่อยกับคอร์ทซ้อมความเร็ว (Speed Work) อยากวิ่งยาวไกล ก็หนีไม่พ้นการวิ่งสะสมระยะยาวตามแผน (Long Run)
บนลู่วิ่งและฟุตปาธ ไม่มีทางลัด ไม่มีคำว่าทางอ้อม และที่เจ็บปวดที่สุดคือ "การวิ่งกินบุญเก่าไม่ได้"
ต่อให้ปีที่แล้วเราจะเคยฟิตเปรี๊ยะ เป็นตัวจี๊ดประจำกลุ่ม แต่ถ้าช่วงนี้หยุดซ้อมไปสามเดือน กลับมาลงสนามเมื่อไหร่ ร่างกายมันจะฟ้องทันทีตั้งแต่กิโลเมตรแรก ปอดแตก ขาตื้อ หัวใจเต้นรัวเหมือนคนเพิ่งเริ่มวิ่งใหม่ๆ ชนิดที่เอาชื่อเสียงเก่าๆ มาอ้างไม่ได้เลย
ความจริงนี้สะท้อนกลับมาที่เป้าหมายของเรา ลองกระตุ้นด้วย
💖 Passion สร้างความอยาก จุดประกายในใจกับเป้าหมายใหม่ๆ
💖 Motivation สร้างแรงบันดาลใจ พาเราก้าวขาออกไปในวันที่อากาศเป็นใจ
💖 Discipline สร้างวินัย ที่จะลากเราตื่นตีสี่ ออกไปวิ่งตากฝนในวันที่ขี้เกียจที่สุด
ไม่มีใครเก่งขึ้นมาได้โดยไม่ต้องซ้อม อยากได้ผลลัพธ์แบบไหน ก็ต้องลงทุนลงแรงกับมันแบบนั้น
#การวิ่งไม่มีคำว่าบุญเก่า
#ซ้อมอย่างไรได้อย่างนั้น
#ไปวิ่งกัน